สาเหตุ!! ผู้สูงอายุรับประทานอาหารได้น้อยลง

 

เมื่อเข้าสู่ วัยสูงอายุ ผู้สูงอายุบางคนรับประทานอาหารได้น้อยลงอาจเนื่องมาจากมีการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย และจิตใจ ได้แก่

1.ปัญหาในเรื่องสุขภาพช่องปาก ได้แก่โรคเหงือก การใส่ฟันปลอม หรือการสูญเสียฟันและไม่ได้ใส่ฟันทดแทนซึ่งจะทำให้มีปัญหาในการบดเคี้ยวอาหาร ผู้สูงอายุจึงไม่อยากรับประทานอาหารที่ต้องเคี้ยว เช่น เนื้อสัตว์ หรือผลไม้เนื้อแข็ง

2.การรับกลิ่นอาหารลดลง ซึ่งกลิ่นของอาหารเป็นปัจจัยสำคัญปัจจัยหนึ่งที่เป็นตัวกระตุ้นความอยากอาหาร ดังนั้นหากประสาทในการรับกลิ่นอาหารทำงานได้น้อยลงผู้สูงอายุก็จะไม่รู้สึกอยากรับประทานอาหาร

3.ความเสื่อมของปุ่มรับรสที่ลิ้นและจำนวนปุ่มรับลดมีน้อยลง ผู้สูงอายุหลายคนประสบปัญหาว่าไม่รับรู้ถึงรสอาหารที่ตนเองรับประทานจึงไม่ทำให้เกิดความเอร็ดอร่อยในการกินอาหาร

4.ผู้สูงอายุรู้สึกสูญเสียความสามารถในการดูแลตนเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่เคยประกอบอาหารให้คนในครอบครัวรับประทาน เมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุความสามารถดังกล่าวลดลง เช่น อาหารที่เคยปรุงอร่อยมีรสเปลี่ยนไป หรือปัญหาทางสายตาที่ทำให้มอเห็นไม่ถนัด

5.ความกังวลในจิตใจ ซึ่งไม่ได้เกิดจากความเสื่อมของร่างกายแต่เป็นอาการทางจิตใจ ซึ่งมีสาเหตุจากหลายประการทั้งในเรื่องการสูญเสียอำนาจหรือการยอมรับในสังคม พบได้บ่อยในผู้สูงอายุที่เคยทำงานในตำแหน่งใหญ่ หรืออาจเนื่องมา

6.จากการไม่ได้รับการตอบสนองจากลูกหลานเนื่องจากการดูแลผู้สูงอายุส่วนใหญ่ต้องการให้ลูกหลานมาดูแลอย่างใกล้ชิดหรืออาจกังวลว่าตนเองจะเป็นภาระให้ลูกหลาน และบางรายอาจเกิดความวิตกกังวลเนื่องจากมีเพื่อนในวัยใกล้เคียงกันป่วยหรือเสียชีวิต และกังวลว่าตนเองจะเป็นเช่นนั้น

 

 

ดังนั้น ผู้ดูแลผู้สูงอายุ ควรทำความเข้าใจปัญหาดังกล่าว และควรกระตุ้นความอยากอาหารของผู้สูงอายุโดยควรดำเนินการดังนี้

  • ควรจัดสีสันของอาหารให้น่ารับประทานเพื่อเพิ่มความดึงดูดในการอยากอาหาร
  • เปลี่ยนบรรยากาศในการรับประทานอาหารโดยอาจเปลี่ยนสถานที่ เช่นอาจพามานั่งรับประทานอาหารที่นอกบ้าน ระเบียงบ้าน
  • ให้ผู้สูงอายุมีส่วนร่วมในการประกอบอาหาร โดยอาจให้ช่วยเตรียม หรือเป็นผู้บอกสูตรการประกอบอาหาร
  • หากเป็นไปได้ควรให้ลูกหลานมาร่วมรับประทานอาหารด้วยเพื่อเป็นการสร้างบรรยากาศ และลดปัญหาทางด้านความต้องการทางจิตใจของผู้สูงอายุ
  • แบ่งอาหารออกเป็นมื้อย่อยๆ
  • กระตุ้นให้ผู้สูงอายุมีการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

 

 

สำหรับการดูแลผู้สูงอายุเองต้องทำความเข้าใจและยอมรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น และพยายามรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ แต่หากไม่สามารถทำได้อาจต้องเพิ่มอาหารเสริมทั้งนี้ในการเลือกอาหารเสริมควรต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ และหากบทความนี้มีประโยชน์กับผู้อ่าน หรือคนที่ผู้อ่านหวังดีก็อย่าลืมแชร์ให้เค้าได้อ่านด้วยนะครับ

 

 

 

เรียบเรียงโดย: MCCONTENT

ที่มา:

สมาคมเภสัชกรรมโรงพยาบาล (ประเทศไทย)