ระบบสัญญาณกันขโมย กับการใช้ที่แตกต่าง

ระบบสัญญาณกันขโมย (Alarm)

ระบบกันขโมยภายในที่อยู่อาศัย และสำนักงาน ทั้งแบบไร้สาย และเดินสาย สามารถแจ้งเตือนผ่านโทรศัพท์ มีแบตเตอร์รี่สำรองในตัวสามารถทำงานได้ขณะไฟดับ ควบคุมสั่งงานผ่าน คีย์แพด หน้าเครื่อง หรือ โทรเข้ามาสั่ง เปิด-ปิดระบบได้ทันที

ในทุกวันนี้มีข่าวเรื่องรถยนต์ถูกขโมยกันไม่เว้นแต่ละวัน สร้างความหนักใจให้กับผู้ที่มีรถเป็นอย่างมาก จากสถิติตัวเลขของศูนย์ป้องกันและปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์ มีสถิติรถหายปีละเป็นหมื่นคัน แต่ตามได้คืนเพียงประมาณ 10% เท่านั้น นับเป็นตัวเลขที่น่าตกใจอย่างยิ่ง จึงมีผู้ผลิตอุปกรณ์ในการป้องกันรถยนต์ให้รอดพ้นจากถูกขโมยออกมามากมาย และหนึ่งในนั้นก็มี สัญญาณกันขโมยรถยนต์ หรือที่ชอบเรียกกันสั้นๆว่า “รีโมทรถยนต์” ซึ่งอุปกรณ์กันขโมยเป็นที่นิยมอย่างมาก

หลักการทำงานของสัญญาณกันขโมยรถยนต์

สัญญาณกันขโมยรถยนต์ มีไว้เพื่อป้องกันการถูกโจรกรรม โดยระบบจะทำงานดังนี้

ระบบสัญญาณกันขโมยรถยนต์จะมีอยู่ 4 สถานะ

  • สถานะปิด ระบบกันขโมยจะไม่ทำงาน
  • สถานะเตรียมการทำงาน จะมีการหน่วงเวลาจนกว่าระบบจะเข้าสู่สถานะเปิด ในช่วงนี้ระบบกันขโมยจะยังไม่ทำงาน
  • สถานะเปิด เป็นสถานะที่ระบบกันขโมยพร้อมทำงาน เมื่อประตูปิดและล๊อคแล้วเท่านั้น
  • สถานะส่งสัญญาณ เป็นสถานะที่เกิดเหตุการณ์ผิดปกติขึ้นที่รถ เช่น ถูกเปิดประตู ถูกทุบกระจก ฯลฯ ระบบจะส่งสัญญาณเตือน

อุปกรณ์ของชุดสัญญาณกันขโมยรถยนต์ ประกอบไปด้วยอุปกรณ์ต่างๆ ดังนี้

  1. กล่องควบคุม ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานต่างๆของระบบ
  2. ชุดล๊อคประตู ทำหน้าที่ล๊อคประตูทุกบาน เมื่อเปิดระบบกันขโมย
  3. แตรสัญญาณกันขโมย ทำหน้าที่ส่งเสียงแจ้งเตือนเมื่อมีการเปิดประตูโดยไม่ผ่านรีโมท โดยมากจะดังเป็นเสียงไซเรน
  4. แตรรถ ทำหน้าที่เหมือนกับแตรสัญญานกันขโมย โดยจะดังเป็นจังหวะๆ
  5. ไฟแสดงสถานะของระดับ โดยจะกระพริบเมื่อระบบกันขโมยเปิด
  6. ไฟหน้าและไฟท้าย จะกระพริบเมื่อมีเหตุการณ์ผิดปกติ เช่น ประตูเปิดโดยไม่ผ่านรีโมท
  7. สวิตช์ต่างๆ เช่น สวิตช์เตือนการเปิดปิดประตูหรือฝากระโปรง สวิตช์เตือนการปลดล๊อคกุญแจ ฯลฯ
  8. อุปกรณ์กันขโมยอื่นๆ เช่น เซ็นเซอร์ตรวจจับในห้องโดยสาร (มีในสัญญาณกันขโมยรถยนต์บางรุ่น)

การส่งสัญญาณเตือน หากประตูรถ หรือฝากระโปรงหน้าถูกเปิดออก โดยไม่ได้ผ่านการเปิดจากรีโมท ร่วมถึงการปลดขั้วแบตเตอรี่ออกแล้วต่อใหม่ จะมีเสียงแตรดังเป็นช่วงๆ รวมทั้งไฟหน้า ไฟท้าย และไฟอื่นๆจะกระพริบ เพื่อแจ้งเตือนให้กับคนรอบๆข้างว่า รถคันนี้กำลังถูกขโมย หรือมีเหตุการณ์ไม่ปกติ

มีการตั้งเวลาหน่วงไว้ช่วงหนึ่ง สำหรับการเปิดเข้ารถ(โดยใช้รีโมท) จนกระทั่งใช้กุญแจสตาร์ทรถ และหลังจากดับเครื่องแล้วดึงกุญแจ เพื่อป้องกันไม่ให้ระบบส่งสัญญาณเตือน

การยกเลิกระบบ สัญญาณกันขโมยรถยนต์  หรือมีเหตุจำเป็นอื่นๆก็สามารถทำได้ ดังนี้

  • ปลดล๊อคประตูรถด้วยรีโมทก่อน
  • ปลดล๊อคประตูด้วยกุญแจรถยนต์
  • เสียบกุญแจในช่องสตาร์ท แล้วเปิดสวิตท์สตาร์ทไปที่ตำแหน่ง ON